สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องราวดีๆที่คุณนั้นสามารถเก็บเอาไว้เป็นข้อมูลความรู้ได้เป็นอย่างดียิ่งเกี่ยวกับ ราคาทองคำ  หลายๆคนนั้นทราบกันดีค่ะว่าทองคำนั้นก็คือ ทรัพย์สินอย่างหนึ่งอันมีค่าที่ เรานั้นต้องโหยหาที่จะมีและครอบครอง ทองคำนั้นถูกจารึกให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้และมีค่าพร้อมทั้งยังสามารถเข้าสู่ตลาดของทองคำได้เมื่อมีทองคำอยู่ในมือ หรือสามารถเกร็งกำไรได้เมื่อมีภาวะอัตราความเข้าใจเกี่ยวกับทองคำที่ดีพอ  สำหรับทองคำนั้น เป็นโลหะที่เรียกได้ว่าทั้งอ่อนและก็เหนียว  โดยทองคำ 1 ออนซ์นั้นเราสามารถตีทองคำให้เป็นเส้นยาวๆได้ถึง 50 ไมล์ หรือตีให้เป็นแผ่นบางๆได้โดยมี ขนาด 0.00005 นิ้วได้

หรือจะบุเป็นแผ่นให้มีความหนาน้อยสุดถึง 0.00001ได้เลยก็ว่าได้เหมือนพวกทองคำเปลวอะไรทำนองนั้นนั่นเอง    อกจากนี้ทองนั้นยังเรียกว่าเป็นโลหะที่ไม่มีการละลายในกรดชนิดใดๆ แต่จะสามารถละลายได้หาก นำสาร ละลายผสมกับกรดดินประสิว และเกลือ

จุดเด่นของทองคำนั้นคืออะไร ก่อนอื่นเราคงจะเคยเห็นทองคำรูปพรรณทองคำแท่งตามร้านตามห้างขายทองกันแล้วใช่ไหมละค่ะ อย่างที่เราเห็นแบบผิวเผินเลย คือมีสีทองสดสว่างพร้อมทั้งมีมูลค่าในตัวและมีรูปลักษณ์ลวดลายที่แตกต่างตามรูปแบบของการหลอมและการสร้างหรือการออกแบบขึ้นทองคำนั้นถูกจัดให้เป็นสินทรัพย์ที่ผู้คนควรพึงมี

เมื่อถึงวัยหรือเมื่อถึงรูปแบบของการเกษียณชีวิตและคิดจะเกร็งกำไรหรือสะสมสินทรัพย์เป้นของตัวเองสักอย่างผู้คนก็ต้องตัดสินใจที่จะเลือกสะสมทองคำหรือว่าเพชรเป็นหลัก เพราะว่าเหมาะสำหรับเกร็งกำไรต่อไปในอนาคตได้

ยกตัวอย่างเช่น คุณตาอายุ 60 ปีซื้อทองคำในยุค 40 ตอนนี้ ได้ในราคา  5000 / ทองคำแท่ง 5 บาท  ในยุค 58 คุณตาสามารถขายได้   ในราคา บาทละ 28500 บาท คุณตาได้กำไรไปเต็มๆบาทละ 2 หมื่นนิดๆ  คุรตานั้นมีทองคำ แท่งขนาด 5 บาทอยู่ราวๆรวมแล้วเป็นตู้ๆเลยถามว่าใครรับมรดกต่อ

ผู้ที่เป็นบุตรเป็นลูกเป็นหลานหรือตามพินัยกรรมก็สามารถรับทองคำนี้ไปขายได้เกร็งกำไรในช่วงที่มี การขึ้นลงของราคาหรือเก็บเอาไว้สำหรับเป็นมรดกต่ออีกก็ยังได้  เรียกได้ว่าจุดสิ้นสุดมันไม่ยอมจบเราไม่สามารถทราบอัตราภาวะของตลาดทองคำในอนาคตได้ที่สำคัญทองคำยังไม่ได้มีเพียงแต่ทรัพย์สินที่จับต้องได้แต่ยังมีรูปแบบของสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ด้วยอย่างเช่นหุ้นเราจับต้องสินทรัพย์ไม่ได้แต่เราเกร็งกำไรกับทองคำ หรือสินทรัพย์อย่างหุ้นทองคำได้โดยราคานั้นก็ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดในปัจจุบันของเรานั่นเอง